ร้อยไหม ทองคำ

ร้อยไหม  ทองคำ

ไหมทอง หรือ Gold Thread เป็นการนำไหมที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ขนาดประมาณเส้นผม ร้อยเป็นลักษณะโครงตาข่ายในชั้นผิวหนัง ซึ่งไหมทองจะช่วยกระตุ้มการสร้างคลอราเจนและผังพืดใต้ชั้นผิวได้ดี  แต่การร้อยไหม โดยใช้ไหมทอง ก็ข้อจำกัด คือ มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และ หลังร้อยไหมแล้ว ต้องหลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์บางตัว เพราะเลเซอร์บางตัวอาจทำให้ไหมทองขาดได้ และไม่เหมาะในผู้ที่แพ้โลหะ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย เมื่อเกิดการแพ้แล้ว อาจต้องรักษาโดยการผ่าตัด ข้อจำกัดอีกข้อ คือ ไหมทอง สามารถอยู่ในร่างกายเราได้ 8 – 15 ปี เลยทีเดียว ซึ่งถือว่านานมาก ถ้าคุณ กังวลเรื่องสารตกค้าง ก็ควรเลี่ยงวิธีนี้จะดีกว่าเนื่องจากการร้อยไหมทองคำ ถือเป็นโลหะชนิดหนึ่งเมื่อร้อยเข้าไปอยู่ในส่วนชั้นของผิวหนัง จะถูกพังผืดยึดเกาะไว้ เมื่อร่างกายผิวหนังได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอาจจะไปทำปฏิกิริยาใต้ผิวหนังก่อให้เกิดการสะสมจนอาจกลายเป็นเนื้องอกได้ในที่สุด

ร้อยไหมหน้าเรียว (2)

อีกทั้งต้องมีการระมัดระวังในเรื่องของการโดนความร้อน หากบริเวณที่ร้อยไหมทองคำไป โดนความร้อนจัด จะทำให้เกิดการผิดรูปทรงที่ควรจะเป็น อีกทั้งไหมทองคำนี้ยังไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ข้อเสียอีกอย่างคือ ผู้ที่ผ่านการร้อยไหมทองคำไม่สามารถจะผ่านเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หรือศัพท์เทคนิคเรียกว่า คอมพิวเต็ดโทโมกราฟ : ซีที (Computed tomograph : CT หรือ CT Scan) และปัจจุบันมีเครื่องถ่ายภาพอวัยวะ โดยอาศัยพลังแม่เหล็กมาใช้ เครื่องดังกล่าวมีชื่อว่า เอ็มอาร์ไอ (MRI : Magnetic Resonance Imaging) ซึ่งเป็นเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถเห็นภาพอวัยวะได้ละเอียดและดีขึ้น ซึ่งใช้วินิจใช้โรค ดังนั้นแล้ว ผู้ที่ทำการร้อยไหมทองคำก็จะไม่สามารถเข้าเครื่องตรวจชนิดเหล่านี้ได้ เพราะผู้ตรวจจะต้องถอดโลหะออกจากร่างกายทั้งหมด ซึ่งไหมทองคำก็ถือว่าเป็นโลหะชนิดหนึ่ง ข้อดีของการร้อยไหมทองคำคือ อยู่ถาวร แต่ ข้อเสียคือ ราคาสูง เป็นสิ่งแปลกปลอมที่อาจทำให้ผิวหนังอักเสบและอาจก่อให้เกิดพังพืดสะสมจนกลายเป็นเนื้องอกได้ ต้องมีการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ